Apple Watch

Apple Watch

                 Apple Watch เป็นสมาร์ตวอตช์ของบริษัทแอปเปิลที่ทิม คุก ได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2557 แอปเปิลวอตช์จะมีหน้าที่ในการติดตามการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพ ซึ่งจะมีออกมาจำหน่ายอยู่ 3 รูปแบบด้วยกัน โดยจะใช้งานร่วมกับไอโฟน 5 ขึ้นไป และอุปกรณ์รุ่นที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการไอโอเอส 8.2 ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2558

                แอปเปิลวอตช์จะมีสองขนาดคือ 38 มิลลิเมตร และ 42 มิลลิเมตร และจะมีอยู่สามรูปแบบด้วยกัน แอปเปิลวอตช์มีหน้าจอสัมผัสไวต่อแรงกดที่สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างการแตะกับการกดได้ รวมทั้งมีปุ่มหมุนที่เรียกว่าดิจิทัลคราวน์ (Digital Crown) ซึ่งสามารถเลื่อนหรือดึงภาพเข้าออกและกดเพื่อกลับไปยังหน้าจอหลัก นอกจากนี้ยังมีปุ่มสำหรับการแสดงรายชื่อผู้ติดต่ออีกด้วย แอปเปิลวอตช์ชาร์จไฟโดยการชาร์จแบบ Inductive Charging โดยใช้สายเคเบิลที่คล้ายกับแมคเซฟซึ่งเป็นสายสำหรับแล็ปท็อปตระกูลแมคบุ๊ก และทางแอปเปิลได้ออกแบบรูปแบบตัวอักษรใหม่ที่ชื่อว่า แซนแฟรนซิสโก (San Francisco) สำหรับแอปเปิลวอตช์ที่จะช่วยให้ผู้ใช้อ่านข้อความบนหน้าจอแสดงผลขนาดเล็กได้ แอปเปิลวอตช์ได้ใช้ชิปประมวลผลเอส 1 ชิปรุ่นใหม่จากแอปเปิล ซึ่งกล่าวว่าเป็น “สถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ทั้งหมดในชิปตัวเดียว” นอกจากนี้ยังใช้ “แทปติกเอนจิน” (Taptic Engine) เพื่อกระตุ้นบริเวณข้อมือเมื่อมีการได้รับแจ้งเตือน และมีเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ แอปเปิลวอตช์เข้ากันได้กับไอโฟน 5, ไอโฟน 5ซี, ไอโฟน 5เอส, ไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัส หรืออุปกรณ์ที่ใช้ไอโอเอส 8.2 หรือสูงกว่า โดยการเชื่อมต่อผ่านทางวายฟายหรือบลูทูท 4

นาฬิกา Apple Watch นั้น ทำอะไรได้บ้าง ?

วันนี้จะมาบอกฟีเจอร์ของ แอปเปิลวอตช์ อย่างคร่าวๆ เพื่อให้ลองดูก่อนตัดสินใจ โดยแอปเปิลวอตช์นั้นจะสามารถติดตามและวัดอัตราการเต้นของหัวใจ พร้อมแจ้งเตือนเวลาที่ตรวจพบว่าหัวใจเต้นเร็วหรือช้าผิดปกติ ติดตามการออกกำลังกาย รองรับการออกกำลังกายหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน โยคะ ว่ายน้ำ ฯลฯ รายงานข้อมูลการออกกำลังกายแบบเรียลไทม์ในแอปออกกำลังกาย (Workout) หรือจะใช้ร่วมกับแอปอื่น ๆ ก็ได้มีให้เลือกมากมายหลายแอป ตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG/EKG) เมื่อพบภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้วหรือความผิดปกติก็จะมีการแจ้งเตือนให้ทราบ และรายงานออกมาเป็นเอกสารเพื่อส่งต่อให้กับแพทย์ได้อีกด้วย ใช้งานได้กับ Apple Watch Series 4 ขึ้นไป และยังไม่เปิดใช้ในไทย รวมถึงติดตามรอบเดือนสำหรับผู้หญิง บันทึกรอบเดือนและอาการต่างๆ แอปจะคำนวณวันตกไข่และรอบเดือนรอบถัดไปพร้อมแจ้งล่วงหน้า ใช้งานได้กับ Apple Watch Series 4 ขึ้นไป และอัปเดตเป็น WatchOS 6 ขึ้นไป  นี่เป็นเพียงฟีเจอร์ที่เด่นๆ บางอย่างเท่านั้น แต่ยังมีระบบที่หลากหลายคุณสามารถศึกษาและเลือกซื้อมาเป็นเจ้าของได้เลย